บทความ

'ปรัมบานัน' เทวสถานฮินดูอันยิ่งใหญ่

รูปภาพ
'ปรัมบานัน' เทวสถานฮินดูอันยิ่งใหญ่ Prambanan Temple at Indonesia ( https://economictimes.indiatimes.com )         ปรัมบานัน ( Prambanan ) หรือ จันดีปรัมบานัน (Candi  Prambanan ) เป็นเทวสถานศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดู ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเทวสถานที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 3 องค์ของฮินดู  คือ พระพรหม พระนารายณ์ (พระวิษณุ) พระอิศวร (พระศิวะ) และสัตว์เทพพาหนะทั้งหลายตามความเชื่อของศาสนาฮินดู สร้างขื้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1390 แต่หลังจากสร้างเสร็จได้ไม่นาน ก็ถูกทอดทิ้งและถูกปล่อยให้ทรุดโทรมตามกาลเวลา จนเมื่อถึงปี พ.ศ. 2461 จึงได้มีการเริ่มบูรณะขึ้นมา การบูรณะสิ่งก่อสร้างหลักสิ้นสุดลงเมื่อปี พ.ศ. 2496 Prambanan Temple at Indonesia ( https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/sthan-thi-thxng- theiyw-ni-xin-do-ni-seiy/wad-phram-bana-n-prambanan-temple ) ปรัมบานัน   (Prambanan)  ศาสนสถาน ฮินดูที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของอินโดนีเซีย โดยมีความสูงของปรางค์ถึง 47 เมตร  มีลักษณะเป็...

เกียรติมุข(หน้ากาล) อสูรผู้ "กลืนกิน"

รูปภาพ
เกียรติมุข(หน้ากาล) อสูรผู้ "กลืนกิน" Kala ( http://www.hindumeeting.com/forum/index.php?topic=4927.0 )        เกียรติมุข ความหมายตรง ๆ ก็คือหน้าที่อันยิ่งใหญ่ และ หน้า 'กาล' ยังแปลว่า เวลา อีกด้วย โดยทั่วไปนั้นเราสามารถที่จะเห็น หน้ากาล ได้ตามซุ้มหน้าบันของโบราณสถานที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาฮินดู โดยทั่วไปจะทำสลักตัว หน้ากาลไว้คู่กับ ลายมังกร ที่จะออกมาทั้ง 2 ข้างของหน้ากาล ตัวหน้ากาลนั้นมีลักษณะคือ เป็นหน้ายักษ์ผสมกับหน้าสิงห์ หรือเป็นใบหน้าอสูรที่ดุร้าย คิ้วขมวด ตาถลน ปากอ้าออกกว้าง เห็นฟันและเขี้ยวมีเพียงปากครึ่งบนไม่มีปากครึ่งล่าง ไม่มีลำตัว และมีแขนแต่ออกมาจากข้างของศีรษะ  คติความเชื่อเกี่ยวกับเกียรติมุขหรือหน้ากาลนี้ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในอินเดีย ซึ่งมีต้นกำเนิดจากศาสนาฮินดู ใช้เป็นสิ่งที่ประดับเทวลัย หรือ โบราณสถาน เพื่อแสดงถึงความเป็นเกียรติ เป็นมงคล และเป็นผู้พิทักษ์ขจัดสิ่งชั่วร้ายที่จะเข้ามาในเทวสถาน                   kala ( http://www.finearts.go.th/ramkhamhaengmuseum/index.php ...

หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ 'หมี่เซิน' สถานที่อันทรงค่าในเวียดนาม

รูปภาพ
หุบเขาศักดิ์สิทธิ์  'หมี่เซิน' มรดกโลกในเวียดนาม         อาณาจักรโบราณจามปาในเวียดนาม (เมืองเว้) มีการก่อตั้งมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 7 ซึ่งศิลปะในอาณาจักรจามปาได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาฮินดู คือมียอดแหลมซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเขาพระสุเมรุ โดยมีบันทึกของชาวจีน 'มาตวนหลิน' (Ma Tuan-lin) กล่าวว่า 'ผู้คนในอาณาจักรจามนั้นก่อสร้างบ้านด้วยอิฐ ผู้ดีใส่รองเท้า ส่วนไพร่เดินเท้าเปล่า' แสดงให้เห็นแสดงให้เห็นถึงการแบ่งชนชั้นทางสังคมอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ในอดีต                       My Son Sanctuary ( http://www.immivietnamvisa.com/visiting-my-son-               sanctuary-and-enjoy-apsara-dance/ ) Champa Kingdom Map ( http://www.sacha-champa.org/g/en/photo.php?cat=6&subcat=3&topic_id=3 )          สำหรับปราสาทหินของอาณาจักรจามปานั้นมีอยู่หลายที่ เนื่องจากในรัชกาลของกษัตริย์จามปาแต่ละพระองค์ต่างก็สร้างปราสาทหินมากมาย โดดมีปราสาทห...

"อัปสรา" นางฟ้าผู้ต้องชะตากรรม

รูปภาพ
"อัปสรา" นางฟ้าผู้ต้องชะตากรรม     Apsaras in Angkor Wat's wall ( http://www.holiday-in-angkor-wat.com/apsara/ )        ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อนึกถึงศิลปะโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะต้องมี นครวัด (Angkor Wat)  โดยโบราณสถานที่ใช้เป็นสุสานของ พระเจ้าสุรยวรมันที่ 2  (Suryavarman II ) ที่ตั้งอยู่ในเมืองพระนคร  (ปัจจุบันคือ จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา) ซึ่งเป็นศิลปะเขมร ที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาฮินดู เป็นเหตุทำให้ในตัวปราสาทนครวัด และโบราณสถานของอาณาจักรเขมรเกือบทุกแห่งได้รับอิทธิพลตามคติ และความเชื่อมาจากตำนานของศาสนาฮินดู และตามปราสาทในอาณาจักรเขมรมีการนับถือเทพเจ้าตามความเชื่อฮินดูคือ พระพรหมณ์ (Brahma) พระนารายณ์ (Narayana) และพระศิวะ (Shiva) โดยมีเรื่องราวตำนานความเชื่อของศาสนาฮินดูสลักบันทึกเรื่องราวให้เห็นโดยทั่วไปในปราสาทในอาณาจักรเขมร Angkor Wat ( http://whc.unesco.org/en/list/668 )        เรื่องราวที่บันทึกตามตำนานโบราณของฮินดูที่เห็นในหลายๆ โบราณสถานของ...